เมื่อวันก่อน ฉันมีปัญหาไม่สบายใจ แล้วก็ยังค้างอยู่ในใจจนตอนเช้า
แล้วเช้าวันนั้น ก็ไม่รู้เป็นอะไรอีก ปกติ ลูกชายจะเป็นเด็กที่ตื่นนอนแล้วอารมณ์ดี ร่าเริง ก็กลับตาลปัตร มาเป็นเด็กง๊องแง๊ง ไม่มีเหตุผล ร่ำร้องจะให้ฉันทำในสิ่งที่มันไม่มีเหตุผลให้จนได้
ครั้งแรกๆ ฉันก็พูดดีๆด้วยก่อน ว่าลูกครับมีเหตุผลมากกว่านี้หน่อยได้มั๊ยลูก ลูกชายหยุดฟังซักแป๊บ ก็กลับไปทำเหมือนเดิม
ฉันพูดอีก ก็ไม่ฟังอีก จนตอนนั้น เส้นความอดทนที่มันเหลืออยู่บางๆของฉันก็ขาดผึง
นั่งร้องไห้ ร้องไห้ไป ขับรถไป แล้วก็พยายามรวบรวมสมาธิในการขับรถไปด้วย
ลูกชายเอง ก็หยุดง๊องแง๊งทันทีเลยเหมือนกัน คงจะงง เพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยเห็นฉันร้องไห้ซักครั้ง ได้แต่นั่งหันหน้ามองมาทางฉันตลอดเวลา
ผ่านไปซักพัก ลูกชายก็เรียก แม่ แม่ ฉันหันไปถามเบาๆว่ามีอะไร แต่ลูกชายไม่ตอบ
อีกแป๊บ ลูกชายก็เรียกอีก แม่ แม่
ความรู้สึกของฉันในตอนนั้น มันรับรู้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงของลูก เหมือนจะเรียก เพื่อให้ฉันหลุดออกมาจากความรู้สึกแย่ๆตอนนั้น
น้ำตาที่แห้งไป กลับไหลออกมาอีกรอบ พร้อมๆกับที่ฉันเอื้อมมือไปโอบไหล่ลูกชายไว้ แล้วลูกชายก็เอนตัวมาซบแขนฉันไว้ ให้ฉันโอบขับรถไปเรื่อยๆ
พอเห็นฉันเงียบ ลูกชายก็ขอให้ฉันเปิดแผ่นซีดีให้ บอกว่าหน่องจะดูกระรอก(เอลวิน) พอฉันเปิดให้ ลูกชายก็ทำนั่งขำ หัวเราะเสียงดังๆ (ทั้งๆที่ไม่ใช่ตอนโปรดในเรื่อง) แล้วก็หันมามองหน้าฉันแล้วหัวเราะดังๆอีกที เหมือนจะให้ฉันขำด้วย ทำให้ฉันอดที่จะยิ้มให้ลูกชายไม่ได้...
นิ๊งหน่องครับ หากโตขึ้นหนูได้มาอ่านบันทึกหน้านี้ของแม่นก แม่อยากให้หนูรู้ว่า การแสดงออกของเด็กวัย 3 ขวบที่หนูทำให้แม่ได้เห็นในวันนี้ มันช่างมีความหมายต่อความรู้สึกของแม่มากมายเหลือเกิน
ไม่ว่ามันจะมาจากความตั้งใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หนูทำให้แม่รู้สึกได้ว่าหนูเป็นเด็กที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของคนใกล้ตัว แล้วยังพยายามที่จะปลอบใจเท่าที่วัยของเด็กอย่างหนูจะทำได้
แล้วอย่างนี้ จะไม่ทำให้แม่รักหนูสุดหัวใจได้ยังไง...ใช่มั๊ยครับลูกรัก

รักนิ๊งหน่องสุดหัวใจ
แม่นก